วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ทุ่งบัวตองที่แม่แจ่ม (18 เฟรม)


ผมย้อนกลับไปย้อนกลับมาในเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา ครั้งนี้มีจุดประสงค์อยู่ที่งานจุลกฐินวัดบ้านทัพหรือวัดทัพ แต่ก่อนถึงวันงานและหลังวันงานผมกับพรรคพวกแวะไปหลายที่หลายถิ่น ทั้งกลางป่าชื้นไปดูน้ำตกไหลริน ไปสัมผัสดวงตะวันริมผา แวะนาข้าว จากเช้าจนบ่ายเที่ยวตามใจไปในทุ่งบัวตอง 


น้ำตกห้วยทรายเหลือง

วันแรกผมกลับไปที่น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกขนาดกลางที่ผมรักถึงหลงใหล และที่อยู่ไม่ห่างกันไม่ไกลมากนักคือน้ำตกแม่ปาน การเข้าไปเยือนน้ำตกแม่ปานต้องเดินเท้าจากถนนลาดยางสู่ทางดินดิบสายแคบ ระหว่างทางมีน้ำตกขนาดเล็กสองสามแห่ง มีดอกเทียนดอย ดอกรุ้งฟ้าผลิบานเป็นระยะๆ ส่วนน้ำตกแม่ปานนั้นเป็นน้ำตกสายเล็กแต่สูงกว่าร้อยเมตร รินไหลลงมาจากผาสูงร่วงลงสู่แอ่งแคบก่อนรินไหลหายลับไปกลับผืนป่า


ธารน้ำตกระหว่างทางเดินไปน้ำตกแม่ปาน


ดอกเทียนระหว่างทางเดินไปน้ำตกแม่ปาน


น้ำตกแม่ปาน

ทั้งน้ำตกห้วยทรายเหลืองและน้ำตกแม่ปานมีต้นน้ำจากกิ่วแม่ปานบนดอยอินทนนท์ ทั้งสองสายกลายเป็นเลือดเนื้อเชื้อเดียวกันในตอนที่หลอมรวมเป็นลำน้ำแม่แจ่มซึ่งเป็นสายน้ำสาขาสำคัญของลำน้ำปิง และลำน้ำปิงก็เป็นแม่น้ำสาขาสำคัญของเจ้าพระยา นับว่าวันนี้เรามาคาราวะต้นน้ำถึงแดนดินถิ่นขุนเขาที่นักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ใคร่รู้จัก


สายหมอกกับขุนเขาบันทึกภาพบนดอย บ้านบนนา

รุ่งเช้า เราออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขึ้นไปดักแสงแห่งวันใหม่บนขุนเขาเขตบ้านบนนา ทว่ามันเป็นไปอย่างที่คาดคิด คือเราไม่มีโอกาสเสพสัมผัสดวงอาทิตย์วันใหม่เพราะม่านหมอกปกคลุมท้องนาผืนป่าและเมืองแม่แจ่มจนขาวโพลนไปหมด สุดท้ายได้แต่ยิ้มและบอกตัวเองว่าคงต้องมาอีก มาอีก และมาอีก


บัวตองริมทาง บ้านบนนา

รถโฟวีลของ “เป็ก” ชายหนุ่มอารมณ์ดีพาเราไต่ความสูงชันไปบนทางแคบเล็ก ผ่านผืนป่าอนุรักษ์ ไร่กะหล่ำไร่ข้าวโพดในหุบเหว ผ่านแปลงเกษตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ที่บ้านทุ่งหญ้า ระหว่างทางมีบัวตองเบ่งบาน มีความเหน็บหนาวโอบกอด และไม่น่าเชื่อว่าในหุบเขาไกลโพ้นมีโรงเรียนและวัดคริสต์นามเซนต์โยเซพปลูกสร้างกลางป่า นับเป็นโรงเรียนน่าเรียนที่สุดแห่งหนึ่งครับ


ทัศนียภาพขุนเขา บ้านทุ่งหญ้า


ไร่พืชผักในหุบเขา บ้านทุ่งหญ้า


เส้นทางจากบ้านทุ่งหญ้าไปบ้านแม่ลอง ช่วงแรกเป็นถนนลาดยาง


ถนนช่วงสุดท้ายก่อนถึงบ้านแม่ลองเป็นถนนสีฝุ่นคดโค้งสูงชัน


จุดชมวิวก่อนถึงบ้านแม่ลอง


นาขั้นบันไดในหุบเขา บ้านแม่ลอง

เวลาผ่านไป เส้นทางลาดยางเปลี่ยนเป็นลูกรัง กว้างเป็นแคบ บัวตองยังคงเบ่งบานเป็นสายธารแห่งความเพลิดเพลิน กระทั่งถนนมาสิ้นสุดที่บ้านแม่ลอง ณ ที่นี้ มีบ้านไม้เรียงรายอยู่ริมผา มีสายธาราส่งเสียงอยู่ในหุบเบื้องล่าง มีนาข้าวขั้นบันไดกว้างไกลสุดตา


บ้านแม่ลองปลูกสร้างตามไหล่เขา บางจุดมีบัวตองเบ่งบานลานตา


แม้ข้าวถูกเก็บเกี่ยวไปแล้วแต่ทัศนียภาพเบื้องหน้ายังแสดงความงามให้เราเห็นเด่นชัด ที่น่าสนใจคือมีบัวตองตกดอกสีเหลืองเรืองรอง รองรับแสงตะวันยามสายไปถึงเที่ยง บ่ายไปถึงเย็น บัวตองเป็นดอกไม้สวยและแข็งแรง บานนานเป็นเดือนแม้บัวตองที่นี่ไม่ได้บานเป็นทุ่งขนาดใหญ่แบบดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน แต่มันบานตามไหล่ถนนเป็นสายยาว ประกอบกับในหุบเขาบ้านแม่ลองก็มีอีกบัวตองจำนวนหนึ่ง มันจึงเป็นทุ่งบัวตองใหม่ในนิยามการเดินทางท่องเที่ยว


จุดชมวิวสวนป่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ รอยต่อแม่แจ่ม-ฮอด


แสงสุดท้ายหายลับไปกับขุนเขา บันทึกภาพที่สวนป่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

การเดินทางมาครั้งนี้ผมได้ประโยชน์หลายอย่าง คือได้พบเห็นนาข้าวขั้นบันไดแห่งใหม่ (ปกติรู้จักแต่ที่บ้านบงเปียง) ได้สัมผัสสายน้ำแม่ปาน ได้ตามตำนานจุลกฐินที่งดงามและน่าเลื่อมใส ไม่แปลกใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงมาแม่แจ่มได้สองสามหนในรอบไม่กี่เดือน เป็นเพราะเมืองอุดมแห่งนี้มีธรรมชาติรอบด้าน มีวัดวาอารามรอบตัว มีทุ่งนากว้างใหญ่ ผู้คนมีหัวใจขาวสะอาด เป็นเมืองประหลาดที่ชอบมอบความสุขให้คนแปลกหน้า ที่นี่คือแม่แจ่ม ที่นี่คือแอ่งความสุข ท่องเที่ยวคราวนี้ไม่ถึงกับสำลักแต่อิ่มเอมเกินพอ


ช่วงนี้ชาวนาเก็บเกี่ยวพืชผล

หมายเหตุ

ไว้มาเล่าเรื่องวัดกับจุลกฐินให้ฟังในครั้งหน้าครับ
บ้านแม่ลอง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
        จากแม่แจ่มไปบ้านแม่ลอง ระยะทางประมาณ 38 กิโลเมตร ต้องใช้รถ 4x4 เพราะเส้นทางคดโค้งสูงชัน ทางช่วงครึ่งหลังเป็นลูกรัง

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เทเวศร์ บทสรุปกอดบางกอก วอร์คกิ้งกรุงเทพฯ ( 36 เฟรม)








ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาผมกับพรรคพวกย่ำเท้าออกเดินไปในตรอกซอกซอยทั้งฝั่งกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี ที่ทำอย่างนั้นเพราะอยากนำเรื่องราวบางกอกออกมาเผยแพร่ เพื่อให้สาธารณชนได้รู้ว่ายังมีชุมชนคนกรุงที่ฝังตัวอยู่กับรอยอดีตอันงดงามมากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งหมายรวมถึงคุณค่าที่ก่อเกิดและยังคงอยู่ ครั้งแรกเราไปกอดบางรัก ครั้งหลังปักหลักกันที่เทเวศร์


พระอุโบสถวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


องค์พระประธานในอุบสถ วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


ฐานพระประธานวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร เป็นฐานที่งดงามมาก 
ประกอบด้วยปูนปั้นลายไทยประดับกระจกสี


ภายในพิพิธภัณฑ์ไม้สัก วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร 
ชั้น 2 ประกอบด้วยพระบรมสารีริกธาตุ หุ่นขี้ผึ้งเกจิอาจารย์ 
ห้องทรงงานรัชกาลที่ 5 รวมถึงอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย



พระสยามเทวาธิราชในพิพิธภัณฑ์ไม้สัก


อาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สัก วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร 


อาคารแบบยุโรปในวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


ใครหลายคนอาจคิดไม่ออกว่าย่านเทเวศน์ สามเสน จะมีอะไรน่าสนใจมากไปกว่าถนนสายแคบริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้าดีกว่าเป็นไหนๆ) สำหรับผมๆ อยากกลับไปแถวนั้น อยากกลับไปเพราะมีความทรงจำทั้งดีและไม่ดี ถ้าย้อนความตามลำดับต้องเริ่มตั้งแต่ตอนมาเรียนกรุงเทพฯ ใหม่ๆ ผมคุ้นเคยย่านนี้ดีเพราะถนนสามเสนเป็นถนนสายเดียวที่ใชับ่อยที่สุด บ่อยเพราะบ้านพักอยู่บางโพ โรงเรียนอยู่ศรีย่าน ตำนานอยู่สนามหลวง วันเสาร์อาทิตย์ถ้าไม่แรดไปไหนต้องไปช่วยยายขายกุ้งแห้ง กะปิ พริกแกง ที่สนามหลวง (ยุคนั้นตลาดนัดยังอยู่สนามหลวง ไม่ใช่สวนจตุจักร) ไปสนามหลวงก็ใช้ถนนสามเสนสายนี้ ใช้ทุกวัน อยู่กับมันทุกวัน ฉะนั้นจึงสนิทชิดเชื้อกับมันเป็นอย่างดี


ภายในอุโบสถวัดราชาธิวาสวิหาร


พระประธานวัดราชาธิวาสวิหาร


พระตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง หรืออีกชื่อหนึ่งคือตำหนักพญาไท ทรงพระกรุณาโปรดให้ย้ายจากพระราชวังพญาไทมาปลูกไว้ที่คณะใต้ วัดราชาธิวาสวิหาร เคยเป็นที่ประทับประจำของพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง



ปฏิมากรรมสิงห์ภายในวัดราชาธิวาสวิหาร

ความจริงแดนดินถิ่นเทเวศน์มีเรื่องราวเล็กๆ ซ่อนอยู่ในซอกหลืบลึกๆ ส่วนเรื่องราวใหญ่ๆ มีไม่น้อยไปกว่าถิ่นอื่น อาจแบ่งแยกความสำคัญได้หลายประเภท เริ่มตั้งแต่ วัด วัง เวียง วิถี ซึ่งทั้งหมดหมายรวมถึง สถาปัตยกรรม วิถีชุมชน ยกตัวอย่างเช่น ชุมชนคนวัด เทเวศน์มีทั้งวัดฝรั่งอย่างวัดคอนเซ็ปชัญแห่งพระแม่เจ้า วัดไทยในรากหนึ่งของราชวงศ์จักรีอย่างวัดราชาธิวาสวิหาร หอสมุดแห่งชาติ อาคารริมน้ำท่าวาสุกรี รวมถึงบ้านเก่ากับเรื่องราวริมน้ำเจ้าพระยาอีกมากมาย วันนั้นเราเดินจากถนนวนเข้าไปในตรอก ออกมาอยู่ในซอย ปล่อยอารมณ์เลื่อนลอยไปกับเรือโยงบนสายน้ำเจ้าพระยา (เสียดายอยู่อย่างหนึ่งช่วงนี้หอสมุดแห่งชาติอยู่ในช่วงปรับปรุงจึงไม่ได้แวะเวียนเข้าไป) 



พระตำหนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในวัด อายุประมาณ 150 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับสมัยที่ทรงผนวช เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ ปัจจุบันทำเป็นพิพิภัณฑ์หรือหอพระ


ทั้งหมดที่ผันผ่าน วัดวังบ้านที่ได้สัมผัส จากเช้าตรู่ถึงคืนค่ำ จากสายน้ำสู่อุโบสถ เทเวศน์บ่งบอกตัวตนเด่นชัด เน้นย้ำให้เรารักกรุงเทพฯ มากขึ้น และมากขึ้นไปอีก



ที่ประทับของบรมวงศานุวงศ์ในคราวมีพิธีทางชลมารค ท่าวาสุกรี


บ้านเก่าเล่าเรื่องกับอาชีพร้อยมาลัยในชุมชนหน้าวัดคอนเซ็ปท์ชัญ



ทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา (ไปท่าวาสุกรี)

โดยรวมผมชอบบางกอก รักบางกอก รักเพราะครอบครัวแม่อยู่ฝั่งธน ได้เห็นบางกอกมาตั้งแต่เล็ก แม้ตอนเป็นเด็กเรียนหนังสืออยู่ที่โคราช แต่ทุกปิดเทอมใหญ่แม่ส่งผมมาอยู่ที่บางกะเจ้า หรือถูกส่งไปอยู่ที่คลองสอง ลาดกระบัง ทั้งบางกะเจ้าและลาดกระบังเป็นบ้านติดน้ำทั้งสองที่ น้ำหนึ่งสายใหญ่ในนามเจ้าพระยา อีกน้ำหนึ่งเป็นคลองสายเล็กที่อบอุ่น คุ้นทั้งสองที่ ดีทั้งสองบ้าน มีทั้งสวนทั้งสายน้ำ เป็นบ้านที่ก่อร่างสร้างความสุขได้โดยง่าย ส่วนหนึ่งเกิดจากตายายจัดไว้ อีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเองตามสภาพแวดล้อม



โบสถ์วัดคอนเซ็ปท์ชัญแห่งพระแม่เจ้า (ภายใน-ภายนอก)



สุสานวัดคอนเซ็ปท์ชัญแห่งพระแม่เจ้า

โครงการ Walking Bangkok หรือที่ผมเรียกว่า “กอดบางกอก” จบลงในดงความสุข แต่ยังรู้สึกเสียดายโปรเจคต์นี้ คือผมกับน้องสาวสุดที่รัก “เจน สุนันทา” (ททท.) และเพื่อนๆ สื่อมวลชนได้คิดร่วมกันในช่วงเกิดระเบิดที่ราชประสงค์ เราคิดกันว่าทำยังไงกรุงเทพฯ จะกลับมาสู่สายตานักท่องเที่ยว ทำยังไงคนถึงจะมาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็เลยเกิดโปรเจคต์นี้ขึ้นมา ที่สำคัญ หลังจากเราย่ำใจไปบนรอยอดีต ใจเริ่มลงลึก เห็นลึกลงไปมากกว่าแนวความคิดเบื้องต้น ยิ่งค้น ยิ่งลึก ยิ่งลึกจึงยิ่งรัก (อันนี้ไม่เกี่ยวกับอดีตนายกฯ) ยิ่งรักเพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่พบเจอ หลังทริปสุดท้ายจบลง ใจหายนิดหน่อย ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องหาโอกาสเดินต่อ บางกอกยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะครับ



ท่าเรือวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


ปลาสวายบริเวณวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


ทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยากับสะพานพระราม ๘ ยามเย็น บันทึกภาพที่ท่าเรือวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร


hostel และ เกสต์เฮ้าส์ในเขตเทเวศร์







ริมคลองผดุงกรุงเกษมยามเย็นไปถึงค่ำคืน มีร้านขายลาบส้มตำเต็มไปหมด

ถ้าใครรู้จักกรุงเทพฯ เพียงน้อยนิดลองสะกิดคนรู้ใจ เลือกทำเลแล้วแกว่งเท้าออกไป ไปในย่านเก่าแก่ทั้งบางกอกและฝั่งธน แล้วจะรู้ว่าบางกอกน่าพิสมัยไม่น้อยกว่าเมืองอื่นในโลก ยิ่งเดินยิ่งรู้ ยิ่งรู้ยิ่งลึก ยิ่งลึกยิ่งเข้าใจ เริ่มจากย่านง่ายๆ แล้วค่อยคลายไปสู่ตรอกซอกซอยที่ลึกลับ กอดบางกอก วอร์คกิ้งกรุงเทพฯ สวัสดีครับ #walking bkk



ครัวอัปษร


ไข่เจียวอัปษร


ร้านนี้รสแซ่บได้ใจแบบอาหารใต้แท้ๆ